mystory

หลังจากเว้นระยะไปฉลองปีใหม่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัดหลายวัน หวังว่าปีใหม่ปีนี้จะเป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน และคงจะไม่ช้าไปที่จะเอ่ยคำว่า สวัสดีปีใหม่ ในวันนี้นะคะ ทักทายกันแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อจากคราวที่แล้วกันค่ะ... 

จากอิ่มอร่อยกับข้าวซอยแม่สะเรียงที่เรายกให้เป็นแชม์ของทริปนี้ ก็ต่อรถเข้าแม่ฮ่องสอน ดอกบัวตองทักทายเราไปตลอดสองข้างทาง และมั่นก็ทำให้เรามั่นใจหนักหนาว่าบนดอยแม่อูคอที่เราจะไปพรุ่งนี้ต้องมีดอกบัวตองให้เราดูอย่างแน่นอน จากแม่สะเรียงถึงแม่ฮ่องสอนใช้เวลาเดินทาง สี่ชั่วโมง ซึ่งสี่ชั่วโมงนี้ฉันใช้เวลากับการหลับเสียเป็นส่วนใหญ่ โค้งที่ทำให้เมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกลายเป็นเปลไกวให้หลับได้อย่างดี... 

ตื่ยอีกทีก็โน่นรถวิ่งเข้าเมื่องแม่ฮ่องสอนและจอดที่สถานีขนส่งพอดี ฉันลงรถด้วยอาการมึนๆด้วยยังไม่ตื่นดีคนข้างๆที่ตื่นตลอดเวลาจัดการติดต่อตุ๊กๆไปหาที่พักยังหนองจองคำ หนองน้ำกลางเมืองที่แวดล้อมไปด้วยที่พักราคาถูกให้คนจรอย่างเราได้พักอาศัย ถึงหนองจองคำอาการมึนงงก็ยังไม่สร่างดีการเดินหาที่พักในเวลานั่นจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างเวียนหัว  เราจึงตัดสินในเลือกที่พักใกล้ๆกับที่รถพามาส่งโดยที่ไม่ได้สำรวจอะไรมากขอให้ได้ที่นอนและอาบน้ำก่อนเป็นอันดับแรก...

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยเราออกสำรวจเมืองแม่ฮ่องสอนทันทีด้วยขาสองข้าง และกระเป๋ากล้องใบโตอีกหนึ่งใบ กล้องสาม สีตัวที่เตรียมมาถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่า แต่เราก็เดินได้ไม่นานเพราะทนความเสียงเรียกร้องจากกระเพาะไม่ไหว เราเดินกลับมาที่หนองจองคำหาของอร่อยรองท้อง ได้ ข่างปอง+น้ำจิม มาถุงหนึ่ง ข่างปอง คือของทอดทุกชนิดไม่ว่าจะ ผักทอด เต้าหู้ทอด มันทอด ฟักทองทอด คนที่นี่เขาเรียกว่า ข่างปอง แล้วก็หมูยอนึ่งคนละไม้ ซึ่งขอบอกว่าหมูล้วนๆ อันนี้ฉันชอบมากถึงขนาดกินทุกวันเลยทีเดียว

เราตกลงกันว่าเราจะไปกินข้าวที่ ร้านใบเฟริน์ ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองที่ใครมาต้องลอง และตามโนยบายหนึ่งทริปหนึ่งมื้อหรู เราจึงอร่อย กับ ยำตำลึง ต้มยำปลาแม่น้ำปาย(ปลาบึก) ผัดผักกูดไฟแดง กับข้าวกล้องนิ่มๆร้อนๆอึ้ม อร่อยค่ะ อิอิ...

เรากลับมาเดินดูของที่ถนนคนเดินที่ทางจังหวัดจัดให้มีขึ้นเพื่อนักม่องเที่ยวโดยเฉพาะ ของพื้นเมือง ขนม ผ้าพันคอ เสื้อ กางเกง ของที่ระบึก และอาหารพื้นเมืองถูกนำมาจัดไว้ที่เดียวกันคือถนนรอบหนองจองคำด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดิงทาง อีกทั่งพรุ่งนี้เราต้องเดินทางอีกไกล เราจึงล่ำลาถนนคนเดินแต่หัววันเพื่ออมแรงไว้เผื่ออีกสองวันที่เหลือ

...

 


คนเก็บฝันkhon kep fun - ศ บุญเลี้ยง

 

เสร็จจากทัวร์ทุ่งทานตะวันกับการรถไฟ

เราเริ่มต้นการเดินอีกครั้งที่สถานีหมอชิต 2

ทันทีที่ขึ้นรถเราก็หลับกันอย่างเมามันส์

รู้สึกตัวอีกทีด้วยอาการงัวเงียรถก็วิ่งมาจอดที่ อ.ฮอด แล้ว

ตามกระจกรถมีจุดน้ำเล็กเกาะอยู่เต็ม

ด้วยอากาศข้างในรถกับข้างนอกอุณหภูมิไม่เท่ากัน

หากมีแสดแดส่องคงจะสวยอยู่ไม่น้อย

นึกถึงแสงแดดทำให้เบนสายตาไปมองภูมิทัศน์นอกรถ

เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอก มองเห็นสิ่งต่างๆเพียงเลือลาง...

ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย และทางนับจากนี้เต็มไปด้วยโค้งและหุบเหว

ฉันเริ่มต้นตั้งใจหลับอีกครั้งเพราะกลัวเมารถ

ทิ้งคนข้างๆให่ตกอยู่ในภวังสายหมอกเพียงลำพัง

หากฉันก็ไม่ได้หลับอย่างที่คิด ยังคงลืมตาขึ้นมาดูสองข้างทางเป็นระยะๆ

ทำให้เห็นดอกบัวตองบานทักทายอยู่เต็มสองข้างทาง

พร้อมสนภูเขาที่ทักทายแสงแรกของวันอย่างร่าเริง

 

ฉันผลอยหลับไปอีกครั้ง ตื่นอีกทีรถกำลังวิ่งเข้าตัว อ.แม่สะเรียง

ถึงแล้วสินะ ฉันคิด แม่สะเรียงยามสายยังอวลไปด้วยสายหมอก

ตลาดเช้าที่กำลังจะวายความคึกคักในยามเช้าที่ค่อยๆหายไป

เสียงวิทยุจากบ้านเรือนที่เราเดินผ่านลอยอ้อยอิงมากับสายลมหนาว

แม่สะเรียงเงียบจนได้ยินเสียงน้ำไหลและล้อรถจักรยานบดไปกับท้องถนน

นานๆจะมีรถวิ่งผ่านเราไปสีกคันหนึ่ง ความสงบงามของแม่สะเรียงทำให้เราถวิลหา

เมื่อเราเดินทางถึงแม่ฮ่องสอนในเย็นวันนั้น

 


Becauseเพราะฉะนั้นจึงรักกันเช่นฉะนี้

 เพิ่งกลับจากการเดินทางไกลค่ะ

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

ทั้งที่มองเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยใจ ทำให้เราได้ค้นพบคำตอบที่คั่งค้างอยู่ในใจ

...

ในการเดินทางครั้งหนึ่งๆ ทำให้เราได้เห็นอะไรชัดขึ้น

และเปิดโลกที่คับแคบให้กว้างกว่ากว้าง

โดยเฉพาะหัวใจที่ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเดิน

...

เราเริ่มต้นทริปกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

พร้อมนักท่องเที่ยวชาวเมืองเต็มโบกี้รถไฟ

รถไฟวิ่งเอื่อยๆอ้อยสร้อย ให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด

และได้ยลทัศนียภาพสองข้างทางได้อย่างเต็มอิ่ม

และมันก็ทำให้เราได้รู้ว่านอกจากทุ่งทานตะวันแล้ว

ไร่มันสำประหลังนี่ก็สวยได้เช่นกันในเช้าวันนั้น

....

 

 

ทันทีที่เข้าสู่เขตการปลูกทานตะวันเสียงดังที่เริ่มจะเงียบก็ค่อยๆดังขึ้น

เสียงชักชวนกันดูไร่ดอกทานตะวันข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ

ดอกทานตะวันเรียกเสียงหัวเราะและร้อยยิ้มจากหลายใบหน้าในวันนั้น

และหนึ่งในนั้นรวมถึงเราด้วย

....

หลังจากถ่ายรูปกับดอกทานตะวันที่ยิ้มแฉ่งรอรับเราแต่เช้าอย่างจุใจแล้ว

รถไฟพาเราออกเดินทางไปลอยน้ำต่อที่เขื่อนป่าสัก

และปล่อยให้เราได้พักกินอาหารกลางวันกันที่นี่เอง

บ่ายแก่ๆกับแสงแดที่ร้อนระอุ นายสถานีประกาศเวลาเดินรถไฟ

พร้อมทำหน้าดีเจดับความร้อนด้วยเสียงเพลงเลียนแบบแนวตลกขำขัน

และไม่นานรถไฟก็พาเราหวลกลับสู่เส้นทางเดิมที่เราจากมาเมื่อเช้า

...

 


พูดด้วยตาฟังด้วยใจ.mp3