มาลองแง้มใจกันดูหน่อยไหม?
posted on 02 Jul 2009 20:43 by sofa in myselfในยามที่ฉันสงสัยในตัวบุคคลหรือการกระทำของใครสักคน
แล้วความสงสัยและการกระทำนั้นมันบั่นทอนจิตใจหรือหลง
ติดไปกับมันนานๆฉันมักจะหาเพลง แง้มใจ ของคาราบาวมาฟัง
น่าแปลกเหมือนกันที่คนเรามักไม่ชอบทำอะไรที่ตรงไปตรงมา
อาจเพราะแรงกระแทกแบบตรงๆมันสร้างความเสียหายและรุนแรงกว่าการชนแบบเฉี่ยวๆก็เป็นได้
...
ในโลกของเรื่องเล่า คนใกล้ตัวใกล้ใจเคยบอกว่า คนที่ใช้พื้นที่ก่อนมักจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าเสมอ
หากโลกของการสนทนาซึ่งนห้านั้นไม่ใช่ ทำไมคนพูดทีหลังหรือไม่พูดเลยจึงเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือมากกว่า
คนที่พูดอะไรตรงไปตรงมา ตรงความหมายตรงความรู้สึก กลับเป็นคนที่ถูกตั้งแง่รังเกียจ
หรือไม่ก็จะถูกตบหน้ากลับมาฉาดใหญ่ด้วยคำว่า "คิดไปเอง" ก็แล้วไอ้ที่ไม่คิดเนี่ยมันหน้าตายังไงหรอคะ
หากจะช่วยอธิบายการกระทำของตัวเองไว้ตรงเชิงอรรถท้ายการกระทำไว้จะเป็นการดีมาก
คนปัญญานิ่มสมองกลวงอย่างดิฉันจะได้เข้าใจว่าที่เหล่าคุณๆทำกันน่ะมันคืออะไร
...
ข้อเสียของฉันในเรื่องนี้คือการเป็นคนไม่เก็บอารมณ์และความสงสัยให้ข้ามวัน
จนบางทีก็ทำร้ายคนรอบๆตัวอย่างไม่น่าให้อภัย และความสังสัยที่มีนอกจากไม่ได้รับการคลี่คลาย
แล้วยังนำทางฉันเดินลงเหวอยู่บ่อยๆ เมื่อมองเห็นแววตาที่เจ็บปวดของคนที่เรารัก
ทั้งที่จริงแล้วฉันไม่ปรารถนาให้เป็นอย่างนั้น แต่ฉันเป็นประเภทที่ใช้คำไม่เก่ง
จึงถ่ายทอดออกมาแล้วรังแต่จะทำร้ายคนอื่นๆ
และตัวฉันเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
...
หากมนุษย์เราก็ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ
และไม่มีใครว่างพอที่จะอธิบายทุกการกระทำของตัว
ทั้งที่ฉันก็รู้และเข้าใจในกฎนี้แต่ก็ยังห้ามความสงสัยของตัวเองไม่ได้ทุกทีสิน่า
สุดท้ายเลยต้องหมั่นหาเครื่องปลุกปลอบใจประโลมดลกแห้งแล้งของตัวเองไปวันๆ
...
วันนี้เราลองมาแง้มใจกันดูดีไหม
เขียนแรงและใช่อารมณ์มากพอควร
แต่อย่าได้ถือสาคนบ้าเลยนะคะ
และขอโทษล่วงหน้าที่ทำให้เคืองใจ
เพราะไม่ได้หมายให้เกิดผลใช่นั้น
แค่อยากสร้างความเข้าใจแต่ทำได้เท่านี้