อย่างนี้ต้อง...ฟ้องท่านเปา
posted on 03 Mar 2009 20:20 by sofa in mystoryคำให้การของคุณจะใช้ประกอบการพิจารณาในศาล"
ประโยคข้างต้นเรามักจะได้ยินกันบ่อยในหนังฮอลลีวู้ด เมื่อคนร้ายถูกจับมาสอบสวน มันไม่ใช่ประโยคสุนทรพจน์หรือเป็นเพียงคำกล่าวเท่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด หากมันคือหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ต้องบอกแก่ผู้ต้องหาทุกครั้งเมื่อนำตัวมาสอบปากคำ และประโยคเหล่ามิใช่เพียงประเทศมหา(บ้า)อำนาจอย่างอเมริกาเท่านั้นที่บรรจุถ้อยคำเหล่านี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ประเทศไทยเราเองก็มีถ้อยคำเหล่านี้อยู่ด้วยเพียงแต่มิใช่ในรัฐธรรมนูญ หากอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา เหตุที่พูดถึงเรื่องนี้ ก็เพราะสองวันมานี้ได้เห็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานกันดีเกินคาด จนทำให้เกิดเหตุการณ์ผิดฝาผิดตัวขึ้น เรื่องนี้หากถามว่าใครคือคนที่น่าเห็นใจ ก็คงจะหนี้ไม่พ้นพลเมืองตาดำๆอย่างพวกเรา ที่สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่เฉพาะเวลากากบาทเลือกตั้ง ข้อความข่าวการจับผู้ร้ายเกี่ยวกับความผิดยาเสพติดผิดตัว และ นักเรียนม.6 ถูกตำรวจอุ้มซ้อมจากคดีวิ่งราวทรัพย์ แต่สุดท้ายจับผิดตัว นี่แค่สองเหตุการณ์ที่ดังกระหึ่มเพราะสื่อให้ความสนใจ ยังไม่ร่วมถึงผู้เสียหายรายอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดังเข้าหูอยู่เป็นระยะๆ และไม่ว่าเราจะแก้กฏหมายมาแล้วหลายครั้งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคงเป็นแค่ตัวหนังสือในประมวล หากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ยังคงรูปแบบเดิม เหตุไฉนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อำนาจของการเป็นผู้ถือกฏหมายริดรอนสิทธิของประชาชนอยู่ร่ำไป ฤ มนต์แห่งดวงดาว โล่ห์แลคมดาบจะเสื่อมความขลังไปเสียแล้วแม้ว่าเรื่องที่กล่าวถึงจะดูห่างไกลจากตัวเราในวันนี้แต่ถ้าวันหนึ่งตัวเราเองหรือญาติพี่น้องเราถูกกระทำอย่างผู้เสียหายข้างต้นเราจะทำอย่างไร วันนี้จึงถือโอกาสนำความรู้ที่ศึกษามาเล่าสู่เผื่อที่สักวันเราอาจได้ใช้เพื่อปกป้องตัวเองและญาติสนิท
กรณีแรกจากเหตุการณ์ของสองสาวเซลล์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในยามค่ำคืน โดยมิไได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งข้อกล่าวหาก่อนจับกุม พร้อมทั้งใช้กำลังตบหน้าหญิงสาวนั้น การกระทำเยี่ยงนี้ผิดหลักการปฏิบัติหน้าที่หลักกฏหมายเต็มๆ หากจะอ้างว่าเหตุที่ใช้กำลังนั้นเพราะสองสาวขัดขืนดูจะฟังไม่ขึ้น เพราะด้วยเวลาเยี่ยงนั้นผู้หญิงสองคนอยู่บนรถ แล้วอยู่ๆมีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดไปรเวท ขอย้ำว่าในชุดไปรเวท และถึงแม้จะมาทั้งเครื่องแบบก็ยังไม่น่าไว้วางใจ วิ่งกรูเข้ามาเปิดประตูรถโดยมิได้บอกกล่าวว่ามาด้วยเหตุอันใดย่อมจะต้องสร้างความตกใจและก่อปฏิกิริยาในการป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ ซึ่งจริงๆแล้วตามหลักกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมบุคคลใดนั้นจะต้องมีหมายศาลเว้นเสียแต่จะเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือมีเหตุอื่น และทุกครั้งก่อนจับกุมต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถุกจับทราบทุกครั้งว่าถูกจับด้วยข้อหาใดทุกครั้ง แต่เท่าที่ดูจากข่าวไม่มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเลย กรณีนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาเลยทีเดียว ในทางแพ่งคงจะไม่มีปัญหาสำหรับกรณีนี้เพราะถึงขนาดที่หัวหน้าสำนักออกมาขอโทษและขอความเห็นใจคงได้ชดใช้กันหลายอยู่แต่ในอีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่ทำผิดไม่ต้องรับโทษอย่างนั้นหรือ ดูจะเป็นการให้อำนาจและเข้าข้างกันเกินไปหรือเปล่า แม้จะเป็นการทำตามหน้าที่ แต่ก็สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่าคนที่คุณจับนั้นถูกตัวถูกคนหรือไม่โดยเฉพาะคดีอาญาที่ริดรอนเสรีภาพของประชาชนด้วยแล้วยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน สำหรับกรณณีนี้คงไม่ถึงขั้นเอาผิดทางอาญา แต่ทางวินัยอย่างไรก็ต้องเอาผิด หากทางเจ้าสังกัดไม่ลงมือดำเนินการสักที ผู้เสียหายสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองได้ โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ผู้เสียหายเขียนเรื่องราวร้องทุกข์ที่ผู้เสียหายได้รับจากการทำงานของเจ้าหน้าที่พร้อมลงชื่อยื่นต่อศาลปกครองก็จะได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่ตรวจเท่านั้นที่อยู่ภายใต้กฏหมายนี้ หากหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนก็จะอยู่ภายใต้กฎหมายปกครองนี้ด้วยกันหมดทุกคน
กรณีที่สองเด็กม.6 ถูกอุ้มซ้อมจากคดีวิ่งราว ซึ่งแค่นี้ก็ไม่ต้องพูดกันแล้วว่ามีความผิดไหม เพราะผิดเต็ม เพราะตามหลักแล้วการที่จับก็ต้องปฏิบัติอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แต่กรรีที่ผู้ต้องหาเป็นเด็กอายุสิบแปดซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ การจับ การสอบปากคำนั้นต้องมีบุคคลเหล่านี้อยู่ด้วย คือ 1.บุคคลที่เด็กร้องขอ 2.นักสังคมสงเคราะห์ 3.นักจิตวิทยา 4.อัยการ อยู่ด้วย เว้นแต่มีเหตุรีบด่วนและให้บันทึกเหตุไว้ ไม่ใช่นั้นการจับหรือการสอบสวนนั้นมิชอบทำให้อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง แต่จากข่าวไม่มีขั้นต้อนนี้เลย ยิ่งการซ้อมเด็กด้วยแล้วคุณตำรวจนอกจากจะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้วยังจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งและรับโทษตามอาญา รวมถึงหน่วยงานยังต้องร่วมรับผิดในการกระทำครั้งนี้ ตาม พรบ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่อีกด้วย ในกรณีเรื่องไม่คืบหน้าหรือเจอเหตุการณ์พวกพ้องร่วมโรงพักย่อมรักกันไว้ เราจะทำอย่างไรทางแก้คือนำเรื่องสู่ศาลปกครองตามกระบวนวิธิพิจารณาคดีปกครองต่อไป ซึ่งเราสามารถร้องเรียนได้เองทั้งโดยวาจาหรือโดยลายลักษณ์อักษรโดยมิเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ภายในกำหนด 90 วัน นับจากวันเกิดเหตุ
และนับเป็นการดีที่ประเทศไทยเรามีกฎหมายปกครองและศาลปกครองขึ้น เพื่อใช้ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยตรง ประชาชนได้รับการเยียวยาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐและได้รับความเป็นทำจากการเอารัดเอาเปรียบมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ถึงอย่างไรแล้วจะเป็นการดีมากหากรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเองจะปฏิบัตหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรมปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายเคารพสิทธิของประชาชนมากกว่านี้
จบการรายงานข่าว
สวัสดี
ฟ้องท่านเปา ทรีFong tanpao - Jookkll3
แล้วถ้าเกิดกับตัวเราเองบ้างล่ะ จะหดหู่กว่าไหม?
#1 By redtear on 2009-03-03 20:49