เรื่องเล่าส่วนบุคคล:หัวใจหล่นบนยอดดอย ตอนจบ
posted on 20 Jan 2009 10:38 by sofa in mystory
เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาเกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรก จากที่คิดว่าจะอัพเรื่องไปเที่ยวให้จบในเร็ววันการณ์กลับไม่เป็นดั่งคิด และหลังจากนอนเปื่อย(จนเกือบเน่า)ทอดหุ่ยดื่มด่ำความเกียจคร้านจนสุขสมอารมณ์หมายก็ได้เวลาที่จะจบการเดินทางเสียทีค่ะ
ในเช้าวันสุดท้ายของการเดินทาง จะด้วยเพราะกรำจากการเดินทางเมื่อวาน หรืออากาศเช้านี้มันหนาวขึ้น ทำให้เราไม่อยากลุกออกจากที่นอนไปอาบน้ำล้างหน้า กว่าจะออกจากที่พักได้ก็เจ็ดโมงกว่าเข้าไปแล้ว เราคิดว่าคนต้องเยอะมากในเช้านี้เพราะเป็นเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์แต่ปรากฎว่าเมืองทั้งเมืองยังคงเงียบ รถไม่เยอะอย่างวันธรรมดาเลยนี่นะ อากาศยังครึ้มหมอกเย็นชื้นจนอยากเดินกลับเข้าไปนอนต่อ
วันนี้เรามีนัดกับ “ปางอุ๋ง” โครงการพระราชดำริอ่างเก็นน้ำปางตอง ที่ที่เราคิดไว้ตั้งแต่ครั้งแรกว่าจะมา แต่ด้วยการจำกัดคนเข้าชมและเข้าพักที่ถือว่าเป็นการดี แม้เราจะพลาดการเข้าพักก็ตามที เราขับรถกันด้วยความมึนงงในแผนที่อีกตามเคย(อันนี้คงมีแต่ฉันคนเดียวที่มึนงง ฮ่าๆ) เส้นทางไปปางอุ๋งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน ตลอดเส้นทางจึงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของคนในหมู่บ้าน และทุ่งนาที่เพิ่งเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ไร่ชาที่ลดหลั่นตามสันเขา ซึ่งทำให้เราตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย
หมอกยังคงคลอเคลียเราไปตลอดการเดินทางเหมือนกับเราลอยไปในสายหมอก และมันทำให้ความหวังของเราที่จะถ่ายรูปกับสาบหมอกในปางอุ๋งมีมากขึ้น แต่ขับกันมาได้ไม่นานทางที่ราบเรียบก็เริ่มสูงชันขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสูงและชันในที่สุด ถนนที่กว้างก็แคบลง ทำให้เราต้องบีบแตรทุกโค้งที่เราจะผ่าน
นักท่องเที่ยวค้างคืนก่อนหน้ากำลังทยอยกันเดินทางกลับชุดใหม่กำลังจะเข้าไป อ้อลืมบอกอีกอย่างก่อนเข้าที่นี่ต้องไปขออนุญาติและรับบัตรกับศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอนก่อน และที่นั่นเราจะได้พบกับพี่ทหารหนุ่มหล่อที่ค่อนข้างจะติดหงุดหงิดเพราะต้องรับโทรศัพท์จากนักท่องเที่ยวหลายรายในแต่ละวัน อ๊ะนอกเรื่องแระ งั้นประเด็นนี้ผ่านๆ
ปางอุ๋งยามสายแม้ไม่มีหมอกอย่างที่เราต้องการ ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย สวยสมคำล่ำลือ จากปางอุ๋งเราเดินทางไปชิมชากันต่อที่ “หมู่บ้านรักษ์ไทย” และเป็นการชิมชาครั้งแรกที่เราแยกชนิดประเภทของชาออก เพราะทั้งกลิ่นและรสชาติต่างพากันกระโดดโลดเต้นอยู่ในปากด้วยทำนองที่แตกต่าง นอกจากชาที่นี้ยังมีผลไม้แช่อิ่มขายด้วย ขอบอกว่าอร่อยโดยเฉพาะ กีวี และสตอเบอร์รี่แช่อิ่ม ที่นี่เองที่ทำให้กระเป๋าตังเราแฟบจนแทบจะไม่เหลือค่ารถกลับบ้าน เห่อะๆ
จากที่คิดว่าจะมากินอาหารยูนานที่หมู่บ้านรักษ์ไทย ก็เป็นอันต้องลุ้มเลิก เพราะด้วยราคาและปริมาณอาหารกอปกับจำนวนคนแล้วไม่สามารถที่จะกินหมดและจ่ายไหว เราจึงทำได้แค่เพียงกินก๋วยเตี๋ยวยูนาน กับ ข้าวซอยยูนาน ซึ่งก๋วยเตี๋ยวที่นี่เขาจะใส่หมูสับและถั่วป่น มะเขือเทศ ใบชาลวกนะถ้าคิดไม่ผิด ส่วยข้าวซอยก็เปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเส้นข้าวซอย ก็อร่อยแปลกๆดีค่ะ
แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับคนกระเพาะใหญ่อย่างเรา ดังนั้นเราจึงแวะเติมพลังกับน้ำพริกหนุ่มปลาทอดที่น้ำตกผ่าเสื้อกันอีกรอบ ระหว่างนั่งกินข้าว งูเรื่อยผ่านหลังในระยะใกล้ ฉันมองไม่เห็นในตอนแรก ครั้นเห็นแล้วก็ต้องนั่งนิ่งๆเพื่อไม่ให้มันตกใจ มองไปรอบๆอย่างวาดระแวง เด็กชายขายอาหารปลาเดินเท้าเปล่าวิ่งไปมาอยู่แถวนั้น ไอ้น้องเอ้ยแถวนี้มันก้ไกลจากโรงพยาบาลอยู่นา เส้นทางยังคดเคี้ยวสูงชัน หากถูกงูกัดทำไงนี่แต่แล้วงูก็เรื่อยผ่านไปและหายไปไหนไม่รู้
จากนั้นเรารีบบึ่งเข้าเมืองเพื่อจองตั๋วรถกลับ ระหว่างรอรถกลับเรามีเวลาอีก 2-3 ชม. เราจึงขึ้นดอยกองมูสถานที่ส่งท้ายสำหรับแม่ฮ่องสอนในครั้งนี้ เมื่อขึ้นไปถึงทำให้เรารู้สึกพลาดอย่างรุนแรงที่มาที่นี่เอาวันสุดท้าย แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่เท่าไหร่แต่นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราจะมาที่นี่อย่างแน่นอน เพราะมีหลายที่ที่เราเลงกันแล้วว่าต้องไปซ่อม
และคงเป็นโชคของเราที่ในวันเกิดพระจันทร์ส่องส่วางกระจ่างนวล เราจึงได้เห็นหุบเขาในเวลากลางคืนมันช่างน่าหลงใหลและชวนฝัน เมสเสจจากเพื่อนสาวชาวกรุ่งในช่วยเก็บดวงดาวจากฝนดาวตกในคืนนี้ อยากบอกเธอเหลือเกินแม่เพื่อนสาวตอนที่ฝนดาวตกนั้นฉันคงนอนหลับไหลไม่รู้เรื่องอยู่บนรถกลางหุบเขาที่ไหนสักแห่งอยู่แน่แท้ อย่างไรก็ตามฉันหวังว่าเรื่องเล่าและภาพเหล่านี้คงเป็นของฝากแทนดวงดาวได้นะจ๊ะเธอจ๋า
ฝากรัก - ศุ บุญเลี้ยง
#1 By Paa orKant on 2009-01-20 11:13