เรื่องเล่าส่วนบุคคล:หัวใจหล่นบนยอดดอย 3
posted on 13 Jan 2009 09:54 by sofa in mystory
จากการเข้านอนแต่หัวค่ำ ทำให้เราตื่นแต่หัวรุ่งออกมาเดินทักทายสายหมอกที่รอยเกลี่ยอยู่บนผิวน้ำในหนองจองคำ เมืองทั้งเมืองปกคลุมด้วยหมอกมองเห็นกันแค่เลือนลาง กลิ่นอากาศสดใหม่ กลิ่นข้าวสุกและควันไฟลอยเคล้ามากับสายหมอก พลันให้นึกว่าในเมืองอย่างนี้ยังหุงข้างด้วยเตาถ่านอีกหรือ แต่ชอบนะทำให้คิดถึงบ้าน อุณภูมิเช้านี้วัดจากปรอทหน้าบ้านหลังหนึ่งได้ 11 องศา กำลังดีไม่หนาวมาก หน้าบ้านเขียนชื่อเจ้าของบ้านพร้อมคำว่าผู้ปลูกเฮียน และปี พ.ศ. ไว้ด้วย ตอนแรกนึกว่ามีแค่หลังเดียว แต่คนที่นี่เขาจะ ปลูกหรือจะซ่อมอะไรที่เกี่ยวกับบ้านเขาจะเขียนไว้ เราเจอตัวหนังสือทำนองนี้อีกที่หนึ่ง เขียนว่า รั้วนี้ซ่อมวันที่ เดือน ปี พร้อมเรียกรอยยิ้มแรกจากใบหน้าของเราได้ เออน่ารักดีเนาะ
....
จุดหมายแรกของเราเช้านี้คือ ตลาดสด ฉันเคยอ่านบทความของอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า ถ้าอยากจะรู้จักความเป็นอยู่ของคนในแต่ละเมืองให้ไปเดินตลาด ซึ่งก็ตรงใจฉันมาก เพราะไม่เพียงแต่ของกินพื้นถิ่น เรายังได้เห็นความเป็นอยู่ของคนที่นี่ด้วย เรา ดังนั้นมื้อเช้าของเราเช้านี้จึงเป็นโจ๊กขึ้นชื่อของเมือง โดยคำแนะนำจากไกด์บุ๊ค คือร้านโจ๊กเสวย (ที่เขาติดป้ายว่าอยู่ในตลาดสดที่เดียวเท่านั้น) ด้วยตัวร้านอยู่ในตลาดสด ผู้คนจึงพุกพล่านเอาการ เยอะที่สุดก็เห็นจะเป็นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ และอร่อยสมคำร่ำลือไม่เสียราคาแนะนำจริงๆเสียด้วย
...
เสร็จจากอาหารเช้าเราตรงไปเช่ารถมอร์ไซด์ (ที่เจ้าของร้านใจดีมาก เพราะขนาดฉันทำหมวกกันน๊อกแตกยังไม่ว่าสักคำแถมไม่คิดราคาเพิ่มด้วยอันนี้ถูกใจที่สุด เหอะๆ) เพื่อที่จะเดินทางขึ้นดอยแม่อูคอชมทุ่งบัวตอง โดยไม่สนใจคำทัดทานจากลุงเจ้าของที่พักว่าทุ่งบัวตองมันโรยแล้ว ไปเที่ยวปายดีกว่า แต่คนเรายิ่งห้ามก้เหมือนยิ่งยุ กอปกับเมื่อวานเราได้ผ่านทางขึ้นดอยมาแล้วเรายังเห็นบัวตองบานอยู่เลย มอร์ไซด์ทำให้เราได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของป่าได้อย่างเต็มที่(ที่สำคัญไม่เมารถด้วย หุหุ)
ระหว่างทางแม้จะสูงชั้นและเต็มไปด้วยหุบเหว แต่มันก็คุ้มค่ากับการเดินทางท้าตายของเราครั้งนี้ กว่าร้อยกี่โลที่เราขับรถไปข้างหน้าตามป้ายบอกทาง ยิ่งใกล้ที่หมายคำพูดของลุงเจ้าของที่พักที่เตือนเรายิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุ่งบัวตองมันโรยแล้วจริงๆ เพราะความต่างทางด้านอุณภูมิ ที่ข้างล่างจะหนาวช้ากว่าทุ่งบัวตองจึงบานช้ากว่า แต่ขณะที่ข้างบนเมื่ออากาศเย็นมากๆทำให้ทุ่งบัวตองที่เคยเบ่งบานกลับโรย แต่เรื่องดีของการที่ดอกบัวตองโรย คือ ทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพอใจเอามากๆกับทริปนี้
ขับรถจนมือชา หน้าชาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงทุ่งบัวตอง ขณะเดียวกันป้ายบอกทางก็เริ่มห่างและหายไป ร่ำๆจะเลี้ยวรถกลับกันหลายหน แต่พอวิ่งไปสักพักเหมือนสวรรค์รู้ ป้ายบอกทางก็จะโผ่มาให้เห็นให้ใจชื่นขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งทำให้เราถึงแม่ฮ่องสอนจริงๆนั่นคือ “แม่ฮ่อง” สอนให้เรารู้จักการรอคอย ไม่นานเราก็ถึงทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอที่เราดั้นดนกันมาด้วยความสูงที่ไม่รู้กี่พันเมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นจนครึ้มแสงแดดร่ำไรที่พร้อมจะหายเข้ากลีบเมฆได้ทุกเมื่อ ทำให้เราถ่ายภาพได้อย่างยากลำบาก แต่อะไรหลายๆอย่างที่นั่นทำให้เราไม่นึกหงุดหงิดหรือเบื่อเลย
จากดอยแม่อูคอ เราเดินทางกันต่อตามป้ายบอกทางตามเคย จุดหมายคือน้ำตกแม่สุรินทร์ น้ำตกที่เราเห็นชื่อทางขึ้นตลอดการเดินทางสามวันจนไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำตกแห่งเดียวกันกับที่เรามาหรือป่าว? เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะมีทางที่ใกล้กว่าที่เรามา! บทเรียนจากการเดินทางครั้งแรกสอนให้เราใจเย็นเมื่อป้ายบอกทางหายไป พร้อมทางที่เปลี่ยวขึ้นทุกขณะสร้างความระทึกให้กับเราเป็นอย่างดี กว่าเราจะถึงน้ำตกเวลาก็ล่วงเข้าไปบ่ายกว่าความหิวและความเหนื่อยทำให้ไข่ต้มที่เย็นชืดกลายเป็นไข่ต้มที่อร่อยที่สุดในโลก เรามีเวลาที่นี่ได้ไม่นานเพราะยังต้องเผื่อเวลากลับ
ทิวทัศน์ข้างทางทำให้เราลืมดูเกน้ำมัน มารู้ตัวอีกที่ก็อยู่กลางเขากลางป่า ขับรถด้วยความลุ้นระทึกตลอดว่าน้ำมันจะพอไหม สุดท้ายเราก็รอดตายด้วยปั้มหลอดในหมู่บ้านหนึ่งก่อนจะถึงแม่ฮ่องสอนห้าสิบกี่โลได้ ถึงแม่ฮ่องสอนตอนหกโมงเย็นพร้อมอาการหิวโซหลังจากเช็คอินเข้าที่พักใหม่ จัดการอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าสู่ถนนคนเดินโดยไม่ต้องเอ่ยถามกันให้เสียเวลา แค่มองตาก็รู้ใจว่าหิว! มื้อค่ำนี้เราเลือกนั่งปูเสื่อข้างกำแพงวัดริมมหนองจองคำ ฝากท้องกับ น้ำพริกหนุ่มผักลวก ไส้อั่ว แหนมซี่โครง หมูทอดตะไคร้ ข้าวเหนียวร้อนๆ อิ่มอร่อยด้วยราคาเพียง 120 ชดโชยจากเมื่อวานที่ติดหรูไปแล้ว แต่ความอร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ
ดอกไม้ - ศุ บุญเลี้ยง
ไส้อั่วเอย น้ำพริกหนุ่มเอย โอย หิวครับ
เดือนหน้าไปเลยดีก่า 5555
วันรุ่นมะ
อิอิ มาอัพแต่เช้าเลยนะ
#1 By @พักใจ on 2009-01-13 10:31