เยือนลพบุรี...1

posted on 13 Dec 2007 13:56 by sofa

              หากกล่าวถึงลพบุรีหลายคนคงจะนึกถึงดอกทานตะวันและลิง แต่แท้จริงแล้วเมืองลพบุรียังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ ช่วงหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนเมืองอู่ข้าวอู่น้ำอีกแห่งหนึ่งของภาคกลาง                

แต่ไหนแต่ไรเมื่อคิดที่จะเดินทางข้าพเจ้าไม่เคยคิดที่จะมาที่นี่เลย ด้วยมีเพื่อนอยู่จังหวัดนี้แล้วก็ถามเพื่อนอยู่เสมอว่าลพบุรีเป็นไงบ้าง อีกอย่างเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ กรุงเทพมากนั่งรถสองชั่วโมงถึง เพราะเมื่อคิดที่จะเดินตามประสาของคนที่เบื่อเมืองหลวงต้องไปไกลจากเมืองหลวงให้มากที่สุด ครั้งแรกของการเยือนลพบุรีของข้าพเจ้าครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความประทับใจและตื่นตาตื่นใจ               

เราเดินทางกันโดยรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงเจ็ดโมงเช้า ระหว่างทางคิดว่าจะต้องได้ยลดอกทานตะวันแน่แท้ แต่ทางเดินรถคนละเส้นทากันกับที่มีดอกทานตะวันขึ้น เราไม่ผ่านเขื่อนป่าสัก เราไม่ผ่านทุ่งทานตะวัน เราผ่านทุ่งนาซึ่งเต็มไปด้วยนกกระยางขายาวๆตัวขาวๆ ฤดูหนาวเป็นฤดูเก็บเกี่ยวดั่งนั่นนอกจากสิ่งที่บอกข้างต้นเรายังเห็นการเก็บเกี่ยวพืชผลของชาวนาด้วย แต่ทว่าเทคโนโลยีได้พัฒนาไปมากเราจึงไม่เห็นการลงแขกเกี่ยวข้าวอย่างเคย บางครั้งความเจริญก็ทำบายอะไรหายอย่างลงไปโยที่เราไม่รู้ตัวว่าไหม               

ระหว่างนั่งบนรถไฟคนข้างตัวบอกหิว เราจึงมองหาของกินที่ขึ้นมาขายบนรถไฟ และก็ทำให้เรารู้ว่าไส้กรอกบนรถไปนี่มันอร่อย อร่อยจริงๆนะไม่ใช่เพราะหิวด้วย ก่อนหน้านั่นเรากินข้าวเหนียวหมูไปแล้วด้วย นั่งมองนั่นโน่นนี่ไม่นานเราก็ถึงลพบุรี ทันที่เราลงรถไฟเราจะถูกถามด้วยคำถามนี้

                ไปทุ่งทานตะวันไหมคะ/ครับ               

เราเดินออกจากสถานีมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่นัดหมาย พลันสายตาของดิฉันก็มองไปเห็นเจดีย์โบราณข้างทางรถไปอีกฝั่งหนึ่ง รีบบอกด้วยความตื่นเต้นให้คนข้างๆดู จึงได้รับคำชมว่าเร่อจริงๆ ดูทางโน่นสิ วัดทั้งวัดเลยนะ ทำตื่นตูมไปได้ ก็นะไอ้เราก้เพิ่งเคยมานี่หว่าเวลาเห้นอะไรที่น่าสนใจเราก็จะตื่นเต้นแบบนี้ล่ะ               

 เดินไปได้สักพักเราก็เจอเขากับ พระปรางค์สามยอด ตั้งอยู่ในเมืองกลางกันเลยที่เดียว พระปรางค์สามยอดเป็นศิลปะเขมรสมัยบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 และถัดมาเยื้องจะเป็นศาลพระกาฬซึ่งเก่าแก่และสร้างในสมัยเดียวกัน และที่นี่เองเป็นที่อยู่ของลิงตัวน้อยๆ แต่ซนฉิบ... เดินวนเวียนใกล้ตัวเผื่อว่าเราจะมีอาหารให้กินบ้าง ตนข้างๆอีกแล้วบอกเก็บของดีๆนะ ระวังจะถูลิงเอาไป ไอ้เราด้วยเคยถูกลิงกัด ก็คิดว่าอย่ามาใกล้ฉันเชียวนะอาจถูกเตะได้ง่ายๆ เห่อะๆใจร้ายจังเน่อะ เอาเข้าจริงเขาก็ซนของเขาล่ะแต่ไม่ได้มาวุ่นวายกับเรามากหรอก เราให้อาหารเขาถึงจะมาใกล้ที เพราะเขาก็กลัวเราทำร้าบเขาเหมือนกันล่ะเนาะ แต่เสียอย่างคือรอบๆนั้นจะสกปรกไปหน่อยเท่านั้นเอง รวมๆแล้วโอเค               

เดินผ่านมาถึงอีกแยกก็เจอ ปรางค์แขก ตรงนี้เราไม่ได้หยุดอ่านโดยละเอียด สันนิฐานว่าคงจะอายุและเป็นศิลปะสมัยเดียวกันอ่ะนะ แฮ่ๆเราเดินขึ้นไปทางเหนือก็จะเจอตลาด เนื่องจากรีบและอากาศค่อนข้าวร้อนเราจึงจ้ำๆเดินให้ถึงโรงแรมเก็บข้าวของก่อนที่จะลุยเมืองกันต่อด้วยเท้าทั้งสองข้าง               

ครั้นถึงโรงแรม พี่ชายพี่สาวใจดีลงมารับและพาส่งยังห้องพัก ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยเราก็วางแผนเดินทางกันเล็กน้อย เมื่อเสร็จจากทุกขั้นตอนเราก็แยกย้ายกันเดินทางตามกำลังขา จุดหมายแรกของเราคือ พระราชวังพระนารายณ์ ราชนิเวศน์ ฟังชื่อก็น่าจะรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่ามีไว้ทำอะไร สถานที่แห่งนี้จากประศาสตร์เคยเป็นที่ประทับของพระนารายณ์เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาโน่น โครงสร้างพระราชวังจึงไม่ต่างกันมากนักคือไม่เหลือหลังคาให้เห็นเลย และคิดสันนิษฐานเล่นๆว่า เมืองที่สร้างสมัยที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมักจะไม่ค่อยแข็งแรงเพราะมีการช่อราษฎณ์เยอะหรือเปล่านา คนสร้างและคนคุมกันอย่างละหลวงไหมนา เพราะปราสาทหินพิมาย หะพนมรุ้งที่พอรู้ประวัติมาบ้างคือเขาสร้างกันด้วยเลือดและเนื้อกันเลย ทุกอย่างจึงยังอย่เกือยสมบรูณ์ หรืออีกแง่ก็คือ วัตถุการสร้างแตกต่างกันด้วยความแข็งแรงคงทนจึงต่างกัน สงสัยจะเป็นอย่างหลังเนาะ 

               เราเดินเที่ยวจนทั่ว อ่านโน่นอ่านนี่เท่าที่มีให้อ่าน และได้รู้ว่าฝาหรั่งเขาเข้ามาทำความรู้จักและตักตวงผลประโยชน์จากประเทศเราตั้งแต่สมัยพระนารายณ์โน่นเลย เดินดูจนทั่วบวกกับอากาศร้อนมากๆ เราจึงออกจาร่มไม้มาเดินตากแดดไป บ้านหลวงราชทูตหรือบ้านวิชาเยนทร์ ซึ่งเดินอ้อมตลาดหนึ่งตลาดจริงๆมันเดินลัดเลาะถึงกันได้แต่เราไม่รู้ แต่ไม่เป็นไรถือว่าดูบ้านเรือนความเป็นอยู่ และมันก็ทำให้เรารู้ว่า ที่นี่ปลาเยอะมาก ทั้งสดและตากแห้งสารพัดปลา ไอ้เราคนชอบปลาจึงตลึงตะลานไปไปชั่วขณะ และนึกเสียดายที่บ้านไม่อยู่แถวนี้จะกินให้หมดทุกปลาเลย ฮึม เอาล่ะมาต่อที่บ้านราชทูตกัน จากคนเยอะๆที่พระราชวัง มาที่นี่ไม่มีคนเลย มีแต่นกแล้วก็นก ดีอีกอย่างเวลาเราถ่ายรูปไม่ต้องหลบคน ที่นี่นะทางขึ้นบ้านนะโหเราเห็นว่าน่าจะไฮโซในสมัยนั้นนะมีความเป็นตะวันตกเข้ามาด้วยตรงกระไดทางขึ้นเคยเห็นกระไดเรือไตตานิกป่าว นั่นแหละแต่ว่าเตียกว่าเราไม่รู้เรื่องสถาปัตย์อะนะเลยอธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่าถ้าหลับตานึกถึงภาพอันรุ่งเรืองแล้วหรูโคตรๆ เดินไปดูห้องใต้ที่ที่เขาใช้เก็บไวด์ อันนี้เรามารู้ตอนหลัง ตอนเห้นเราสันนิษฐษนว่าเป็นคุกขังนักโทษ คนข้างตัวบอกว่าเห็นอะไรก็เป็นคุกไปหมดเลยนะ ก็เรานึกถึงในหนังฝาหรั่งนี่หว่าที่มีห้องใต้ดินไว้ขังนักโทษ               

                ชมบ้านราชทูตจนหนำใจเราก็ออกเดินทางต่อ คนข้างๆบอกอยากกินอะไรเย็นๆ เราก็ไปแวะร้านอาหารที่คิดว่าโอเคแห่งหนึ่ง แล้วมันก็โออ่ะนะ ได้ตากแอร์เย็นดีส่วนอย่างอื่นไม่ขอพูดถึงแล้วกานเนาะแฮ่ๆ จากนั้นเราก็ไปไหว้ศาลพระกาฬกันต่อ  คือ ตอนเราเข้าไปเราก็อ่านนะว่าศาลอะไรแต่พอเข้าไปไหว้ทำความเคารพบอกกล่าวจริงเราจำไม่ได้อ่ะ นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งหรือป่าวนาที่เราเสี่ยงเซียมซีแล้วได้ใบไม่ดีเลย เห่อะๆคงไม่เกี่ยวม้างเนาะ จากนั้นพี่ชายละพี่สาวก็พาเรานั่งรถไปดูคุณยาย คุณตา คุณป้า คุณน้า คุณอา เมืองลพบุรี เต้นแอโลบิกกันที่ลานแอโลบิกข้างโรงหนังทหารบก นั่งดูเด้งๆ ดึ๋งๆ สกพักเราก็เดิมมาโต้รุ่งซึ่งไม่ไกลมากนักเพื่อหาอาหารกินกันมื้อเย็น ได้ซีฟูดทอดกรอบที่นึกว่าไข่เจียวกันคนละจานเราก็กลับ เป็นอันจบกานเดินทางของวันแรก ส่วนวันต่อๆไปไว้มาเล่าต่อกันคราวหน้า ภาพสวยๆก็รอคนข้างๆเขาเอาลงให้ดูแล้วกันนะคะที่ข้าพเจ้าไม่มีค่า 

 

 

edit @ 13 Dec 2007 14:04:11 by sofa

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ข้าพเจ้าไม่มีค่า .......
ไร้ค่า?

#1 By * Jetkaro ShowtimE * on 2007-12-13 14:08

ขอบคุณ

และเช่นกันนะครับ

#2 By เบน on 2007-12-13 14:59

surprised smile

#3 By @พักใจ on 2007-12-13 15:06

big smile
open-mounthed smile

#5 By filmsick on 2007-12-13 15:50

ฮิ้ววว ....
รออ่านตอน๒

#7 By NP (61.7.139.50) on 2007-12-14 07:35

ภาพคนข้างๆ สวยซะอิจฉาเลยฟา อิอิ

รอฟังต่อbig smile

#8 By วาซาบิ on 2007-12-14 17:37