แบ่งปัน

posted on 11 Oct 2007 21:02 by sofa

วันนี้ฟังข่าวในจอทีวีผู้สื่อข่าวหน้าสวยรายงานว่าเด้กสถานพินิจแบ่งพรรคพวกรุมทำร้ายกันและกัน

ทำให้นึกถึงเพื่อนพนักงานคุมประพฤติหนุ่มที่เคยร่ำเรียนด้วยกันมาสมัยอยู่มหาลัย

หลังเรียนจบแต่ละคนแยกย้ายหาประสบการณ์ตามแต่ใจแต่ละคนเลื่อก เจอกันบ้างตามสถาบัน

การศึกษาเท่าที่นักเรียนกฎหมายจะไข่วคว้าเรียน แต่ไม่ได้เจอกันบ่อยอย่างเคย

เมื่อหลายวันก่อนเพื่อนโทรมาเล่าสารทุกข์หลังจากเข้าทำงานในตำแน่งได้ไม่กี่เดือน

จากนี้เป็นข้อความที่เพื่อนถ่ายทอดให้คนนอกสถานพินิจอย่างข้าพเจ้าได้ฟัง

        วันแรกที่เราเข้าทำงานเราเบิกเน็ตและไม้แบต ลูกแบต และให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมาเล่นกีฬารวมทั้งเด็กในนั้นด้วยถือเป็นการเชื่อมความสัมพัน เริ่มต้นดีตลอดทั้งวันด้วยความสนุกสนามเกือบจะถึงฝั่งแล้ว ถ้าเราไม่เอาของมึนเมาเข้ามาเป้นตัวเชื่อมด้วย เด็กมันเมาแล้วทะเลาะกัน เราถูกสอบวินัยตั้งแต่วันแรกเข้าทำงานเลยล่ะ 55

       อาทิตย์ต่อมาเขาให้เด็กออกนอกสถานที่ไปแข่งบอลกัน เราก็เบิกเด้กมาร้อยกว่าคนพี่ๆที่นั่นเขาถามเราว่าทำไมเบิกเด้กมาเยอะจัง เบิกไปแค่ 17-18 คนก็พอแล้ว เราบอกว่าที่เหลือเบิกมาเชียร์ด้วย 55 เด็กมันเครียดน่ะถ้ามันอยากหนีก็ให้มันหนีไป ไม่กี่วันมันก็กลับเข้ามาเหมือนเดิม

       เรามาเห็นสภาพในนี้แล้วเรากลับมานั่งคิดว่า นี่เราเรียนอะไรมาว่ะเนี่ย น่าจะเรียนสังคมสงเคาระห์หรือจิตวิทยาจะดีกว่าจะได้ช่วยเด้กๆเหล่านี้ได้บ้าง ปรเทศไทยเราน่ะทั้งประเทศมีคณะที่เปิดสอนคณะนี้อย่างละสองมหาลัย แล้วบุคคลากรมันจะเพียงพอต่อการบำบัดได้ไง ข้าเจ้าบอกว่าเรียนนิติมาก็ช่วยเด็กได้ค่ะ แต่ใจเย็นๆหน่อยแล้วกันนะอย่าใช้ความรุนแรงกับเด็ก แฮ่ๆ

       โอ้ย เราน่ะใจดีที่สุดแล้วเราไม่เคยทำอะไรเด้กมันหรอก วันไหนเราเข้าเวรเด็กมันดีใจ พี่ที่นี่บางคนทำร้ายเด้กจนสลบคาเท้าเลย ไม่อย่างนั้นเด็กมันไม่กลัว คิดดูสิกระเป๋าเจ้าหน้าที่วางไว้ที่โต๊ะทำงานมันยังขโมย แล้ววันก่อนเอาน้ำมันจากเครื่องตัดหญ้ามาดม ต้องหามเข้าโรงพยาบาลกันหลายคน

       เด็กในนี้น่าสงสารนะ ครอบครัวยากจน พ่อแม่ต้องหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินส่งให้ลูกเรียน ไม่มีเวลาสั่งสอนลูกลำพังแต่หาอาหารใส่ท้องก็เหนื่อยแล้ว แล้วจะให้เด้กๆมันโตมาแบบมีคุณภาพได้ยังไง

      นี่นะเด้กบางคนมันคิดถึงบ้าน บอกให้โทรกลับบ้านบอกพ่อแม่มาเยี่ยม มันบอกว่าโทรแล้วเขาบอกว่าไม่มีเงินจะมาเบี่ยม คราวก่อน มีพ่อแม่เด้กมาเยี่ยมสองคนมีเงินติดตัว 100 บาท ค่ารถมา ไม่มีค่ารถกลับ เราต้องช่วยค่ารถเขาไป คนเรามนลำบากยากจนถึงขนาดนั่นแหละ

      อาทิตย์ก่อนเพิ่งเพิ่งเด้กเข้ามาใหม่ แม่ทำงานให้เช่าห่วงยางที่หาดบางแสน พ่อเป็นอัมพาต แล้วมันติดสนุ๊กเลยไปขโมยรถเขา ถุกจับก็เข้ามาอยู่เนี่ย ร้องไห้ตลอดอาทิตย์ ข้าวปลาไม่กิน เห็นแล้วก็สงสารเด็กมันไม่เคยเข้ามาด้วย

     บางคนเข้ามาเพราะขโมยมาม่าหอเดียว เพราะทนหิวไม่ไหวจึงต้องขโมย บางคนที่นี่มีเตียงนอนสะอาดซักใหม่ทุกวันแต่มันไม่นอน ไปนอนหน้าห้องน้ำเพราะเคยชินกับการนอนใต้สะพานลอย บางคนเกิดในคุก ชื่อวันเดือนปีเกิดยังไม่รู้เลย ออกมาก็มาเร่ร่อน ไปขโมยเขากิน แล้วก็มาอยู่ในคุกตามเดิม บางคนเคยถุกทำร้ายมาแล้วพอป้องกันตัวมันดันไปทำร้ายเขาตาย เขามาอยู่ในนี้ก้กลัวถุกทำร้ายถึงกับต้องอมมีดเข้ามาเลย

    เด็กพวกนี้มนยอมตายดีกว่ายอมอด คิดดูสิเวลามันทำผิดถ้าให้เลือกระหว่างโดนตี 20 ที ด้วยไม้อันใหญ่ๆจนเลือดออกหรือสลบไปเลย กับการให้นั่งสมาธิ 1 ชม. มันเลือกให้ตี

    เนี่ยเราเข้า กทม. ได้สี่วันแล้ว วันนี้ถูกโทรตามเพราะเด็กมันตีกัน แล้วดันมาตีในเวรเรา เจ้านายโทรมาด่าแต่เช้า เรากำลังจะนั่งรถกลับ อยู่ที่โน่นมันเหงานะ(เพิ่งเลิกกะแฟน) คิดดูเราไม่เคยเที่ยวร้านอาหารเราก็ไป ไปดันไปเจอเด็กจากสถานพินิจตัวเอง เราก็ไปคล้องพวกมาลัยเราจำไม่ได้น่ะคิดดู คนนี้เข้าออกมาสอง-สามครั้งแล้ว มันบอกว่าเด๋วจะมาหาที่แฟลต เราบอกไม่ต้องมาเลย เด๋วกูถูกไล่ออก เห่อะๆ

    มานั่งคิดดุแล้วชีวิตคนเรามันผกผันนะ เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เราได้เรียนหนังสืออยู่กับเพื่อนฝูงสนุกสนานอยู่กับเรื่องราวดีๆ แต่ดูสิงานที่เราทำ ตั้งแต่อยู่กรมสรรพสามิตก็ไปวิ่งจับเหล้า บุหรี่เถื่อน ของเถื่อนเอ่ย แล้วมาอยู่นี่ โห เหมือนถูกหวยเลย 55 เจอแต่คนที่แตกต่างจากเรา แต่ก็สนุกล่ะ แกก็ตังใจแล้วกันนะ เด๋วมันก็ผ่าน เขามีสอบอะไรก็สอบ "อือ"

    เด๋วเราไปแล้วล่ะ ว่างๆก็มาเที่ยวได้นะ แต่อย่ามาคนเดียวล่ะ (แหงล่ะฉันคงกล้าหรอก) มันอันตราย เราไปก่อนไว้คุยกันใหม่ สู้ๆน๊าอย่าทอ โชคดี "จ้า อย่ารุนแรงกับเด้กมากนา สงสารเด้กๆ" 555 จ้าเลี้ยงด้วยลำแข้งทุกวันล่ะ เห่อะๆ

    กว่าครึ่งชั่วโมงข้าพเจ้าแทบไม่ได้พูดเลย เบื่อถามหลายหนว่าเบื่อหรือยัง แต่เปล่าเลย ที่เงียบๆน่ะนั่งคิดตามกับสิ่งที่เพื่อนเล่าให้ฟัง เราจะทำอย่างไร หรือมีทางไหนบ้าง ที่จะให้เด้กในนั้นได้รับการพัฒนาและบำบัดในทางที่ดี เราเห็นข่าวเกี่ยวกบเด็กๆเหล่านี้บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งฉันมักได้ยินคำบริภาษเด้กๆเสมอ

   เด้กไม่รักดีมั่งเอ่ย เด้กมันเกเร สอนไปก้ไร้ประโยชน์ จริงหรือคนเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หรอ ข้าพเจ้าว่าไม่มีใครอยากทำผิดหรืออยากให้คนอื่นๆมองว่าเป้นคนไม่ดี สำหรับคนที่พลาดเราควรให้โอกาสและช่วยเหลือให้เขาได้พัฒนาตนเองด้วย

  คนที่ควรพิจารณาตัวเองไม่ใช่เด้กๆ แต่กลับไปเจ้าหน้าที่สถานพินิจเองหรือแม้แต่กระทั่งอธิบดีกรมราชฑัณ ที่ควรงดใช้ความรุนแรงในการปกครองเด็ก เด็กไม่ใช่ที่รองรับหรือระบายอารมณ์ของใคร ควรจะมีวิธีการปกครองและลงโทษที่ทำให้เด็กได้เข้าใจถึงสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปว่าผิดยังไงและควรจะแก้ไขอย่างไร เด้กจึงจะได้พัฒนาไปในทางที่ดี และออกมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบรูณ์ในวันขางหน้า รวมถึงสถานที่อยู่อันคับแคบ และขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

   จริงอยู่คิดง่ายทำยาก แต่ชีวิตมันก็ยากอย่างนี้ล่ะ ขอแค่ใจเย็นๆและทำความเข้าใจแต่ละตัวบุคคลอาจใช้เวลานานแต่ถ้าผลมันออกมาคุ้มค่าก็ควรจะลงมือทำ

   หากข้าพเจ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมเพื่อน จะถือโอกาสศึกษาเด้กๆ และสังคมในนั้น ตามแต่โอกาสจะอำนวย เผื่อข้าพเจ้าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และถึงวันนั้นคงต้องขอแรงเพื่อนๆ พี่ๆ ในบลอกช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อพวกเขาต่อไปนะคะ

   และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องเล่าวันนี้จะเป็นประโยชน์บ้าง และจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่อ่อนล้าให้มีพลังนะคะ

ชีวิตมีเรื่องที่ต้องคบคิดและแก้ปัญหาเสมอ เราไม่ได้แย่ที่สุดเพียงลำพัง ยังมีคนที่ทุกข์ยากกว่า

ฉะนั้น มีชีวิตอย่างน้อมนอมและยิ้มให้กับมันดีกว่าค่ะ

 

edit @ 20 Oct 2007 12:46:40 by sofa

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จะทำตามที่แนะนำค่ะconfused smile

#1 By Gabrielle on 2007-10-11 22:14

big smile

#2 By filmsick (222.123.101.231) on 2007-10-11 22:19

อ่านแล้วรู้ซึ้งเลยว่าตัวเองโชคดีแล้วมีโอกาสมากกว่าอีกหลายๆคน

#3 By Nadnadar (The Flaneur) on 2007-10-11 22:22



ชีวิตคงจะเลือกเกิดไม่ได้
และถ้าเลือกได้ทุกๆ คนก็คงไม่อยากให้ชีวิตของตัวเองต้องกลายเป็นคนที่มีปัญหา

แต่เราเลือกทางที่จะปฏิบัติเพื่อทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ใช่มั๊ยจ๊ะ ถ้าหนทางนั้นเป็นทางที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน big smile

#4 By Hongfha on 2007-10-12 07:34

ชีวิตเราไม่ได้มีแค่เรา
เราว่าการสร้างเด็กนั้นยากที่สุดแล้ว(จริงๆ อาจแค่อยูู่เฉยๆ แค่ไม่ปิดกั้น ให้เค้าเติบโตเองนั้นดีที่สุด)
พอมาอ่านอันนี้แล้ว คิดว่า การซ่อมเด็กนั้นยากกว่าไม่รู้อีกทกี่เท่า เพราะเราต้องรู้จักตัวเราก่อน ฝากบอกเพื่อนฟาว่า เค้ากำลังทำในสิ่งที่ยากมากๆ ต้องใช้ความอดทนสูง และดีใจที่เขาเลือกทำงานนั้น เราคิดว่าไม่ต้องเรียนสังคมสงเคราะห์มาหรอก เรียนอะไรก็ทำได้นะ มันเป้นเรื่องลึกๆ ในใจเรามากกว่า

#6 By N.P on 2007-10-12 09:00


สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ดูเหมือนว่าไม่ค่อยอยากคิด อยากค้นให้เห็นถึงเหตุที่มาของเรื่องต่างๆ

เด็กๆ มากมายจึงถูกทำร้าย ซ้ำแล้วซ้ำอีก

เมื่อเด็กไม่ดี ก็โยนความผิดทั้งหมดให้เด็กต้องรับกรรม

จนบางคนกลายเป็นเหมือนก้อนแบตเตอรี่บรรจุความเคียดแค้น เติบโตขึ้นมาเพื่อส่งต่อความเลวร้าย

...............

ใครคิดว่าตัวเองกำลังลำบาก ในโลกนี้อย่างไรเสียก็มีคนลำบากกว่า

............
ขอบคุณที่นำเรื่องมาแบ่งปันครับopen-mounthed smile

#8 By [Greentale] on 2007-10-12 11:22

ขอบคุณครับน้องฟา ได้เห็นมุมมองอื่นบ้าง ดีจัง
big smile

#10 By unknown subject on 2007-10-12 14:49

ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิต เราก็ความยิ้มให้กับมันดีกว่าconfused smile

#11 By lamoon on 2007-10-12 18:33

big smile

#12 By @พักใจ on 2007-10-12 22:08

big smile

#13 By FaCeEloN on 2007-10-13 19:05

อ่านเเล้วสงสารจังเลยฮะ...อยากที่จะช่วยน้องๆเค้าจังเลยอ่าฮะ...
มีอะไรหั้ยช่วยก็บอกนะค้าบบบ big smile
อ่านเรื่องราวเหล่านี้แล้วbig smile

ทำให้รู้สึกว่า..โชคดีที่เกิดมาเป็นลูกแม่ค่ะ

#15 By ~pimmas~ on 2007-10-16 19:01

ขอบคุณสำหรับอีกมุมมองหนึ่งของชีวิตนะคะ..big smile big smile
.
.
บางครั้ง..บางคน(อย่างพี่)ก็มัวแต่คิดถึงแต่ตัวเอง
จนหลงลืมหลากหลายชีวิตที่ต้องทุกข์ทนtongue tongue
.
.
บางทีการแบ่งปันอย่างเจ้าของบลอกแม้เพียงความเห็น..
ก็ทำให้ได้มองย้อนกลับมาถึงตัวเองได้มากมาย..
ขอบคุณจริงๆค่ะ..คุณ sofa big smile big smile

#16 By ~o*..Blues..*o~ on 2007-10-18 20:07