เพ้อ
posted on 16 Apr 2007 15:55 by sofaแล้วเมืองหลวงก็ตื่นจากการหลับใหล
เสียงของสรรพสิ่งและความร้อนระอุ
ฉุดร่างงัวเงียของฉันให้ลุกจากเตียงได้ในที่สุด
"ทุกสิ่งกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ"
สำนึกแรกของวันวิ่งผ่านเข้ามาในเนื้อสมองนิ่มๆ
วันคืนอันเงียบสงบกำลังจะผ่านไป
....
หลายวันของการคลุกตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม
นอกจากการยกเครื่องห้องหับเสียใหม่ให้แลดูสะอาดตาแล้ว
เวลาที่เหลือถูกใช้จ่ายไปกับ การปักผ้า ดูหนัง อ่านหนังสือและฟังเพลง
และที่เรียกรอยยิ้มฉันได้เยอะที่สุดเห็นจะเป็นการดูหนังนี่ล่ะค่ะ
เปล่าหรอกค่ะมันไม่ใช่หนังตลกดอก มันเป็นหนังอินเดียร่วมสมัยเรื่องหนึ่ง
จำได้ว่าดูหนังอินเดียเมื่อครั้งยังเด็กตอนนั้นทั้งเครื่องแต่งกายและเรื่องราว
ยังคงอารยะธรรมอินเดีย เรื่องรามเกียรติ์ดูจะเป็นเรื่องโปรดของฉันในตอนนั้น
มาวันนี้หนังอินเดียได้พัฒนาและก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก
แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นอินเดียไว้อย่างครบถ้วน
การร้องเพลง เต้นรำ ยังคงเสน่ห์เช่นเคย
กลิ่นฝันวันเยาว์หวนมาอีกครั้งเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้
....
คงจะกลายเป็นทำเนียมของวันหยุดเสียแล้ว
เหล่าร้านรวงต่างร่วมใจกันปิดอย่างสมัครสมานสามัคคี
ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านขายอาหาร เสียงสัญญาณอันตรายเนื่องจากอดตาย
ดังเตือนเมื่อหลายวันก่อนหากฉันยังนอนใจไม่หาซื้อของตุนไว้
เย็นวานฉันจึงต้องระหกระเหินเดินหาของกินอย่างยากเย็น
ก่อนจะได้ข้าวเหนียวหมูทอดตกถังเกลือ(มันเค็มมาก)ใส่ท้องได้สำเร็จ
กำไรของการเรร่อนในครั้งนี้คือหนังสือมือสอง 2 เล่ม
ที่บังเอิญคนขายนึกสนุกหรืออย่างไม่ทราบ
เพราะหนังสือที่วางขายแต่ละเล่มนั้นมันควรค่าที่จะเก็บมากกว่าที่จะขาย
สอบถามได้ความว่าเขาขายแค่สองวันนี้เท่านั้นขายสนุกๆ
และเป็นการแบ่งปัญหนังสือกับเพื่อนๆอ่านทางอ้อมด้วย
เออนะ...เห็นท่าทางเข้มๆดุๆแต่จิตใจละมุนน่าดู
ฉันเลือกหนังสือได้หนึ่งเล่ม คือ เรื่องเล่าของเกอเธ่ ของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอนเกอเธ่
และหนังสือที่คนขายแนะนำอีกหนึ่งเล่ม คือ ในความมีอยู่ ของ อัครมุนี วรรณประไพร
....
ในค่ำคืนอันเงียบงันฉันเลือกที่จะอ่าน ในความมีอยู่ ของ อัครมุนี
และเพลงบรรเลงไร้ชื่อ เพราะฉันจำชื่อมันไม่ได้นั่นเอง ฮ่า
เรื่องราวชีวิต ความคิด ปมปัญหาในครอบครัวของเด็กสาววัยสิบก้าว
ไหลผ่านสายตาทีละหน้าจนถึงช่วงหนักหน่วงของหนังสือ
ฉันคิดว่ามันคงไม่เหมาะนักที่จะอ่านต่อไปในภาวะที่จิตใจไม่ปกติดีเช่นนี้
และสาเหตุนี้เองที่ทำให้ฉันไม่สามมารถเล่าเกี่ยวกับหนังสือให้ฟังได้
ขอข้ามมาเล่าเกี่ยวกับหนึ่งสือที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อช่วงบ่ายของวัน
ท่าจะเข้าที หากไม่เล่าสู่ฟังดูจะเป็นการเห็นแก่ตัวอยู่ไม่น้อย
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ขอความรักบ้างได้ไหม ของ พิบูลย์ศักดิ ละครพล
เรื่องรักโศกนาฏกรรมของหนุ่มสาววัยแสวงหาสัจจะของชีวิต
บอกเล่าเรื่องราวราบเรียบผ่านภาษาสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติ
งดงามด้วยมวลดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าเขา และ สายลมฤดูร้อน
จบลงด้วยความสะเทื่อนใจพร้อมกับการมาเยื่อนของสายฝน
ถ้าหากฉันจะหลงรักชายหนุ่มสักคนในยามนี้ ฉันคงจะหลงรัก
นักเขียนผู้สุดแสนจะโรแมนติกคนนี้กระมั่ง
อยากให้ลองหาอ่านกันดูค่ะ
แล้วคุณจะตกหลุมรักอย่างที่ฉันเป็นอยู่ขณะนี้
...
พร่ำเพ้อมายาวนานทีเที่ยวสำหรับ entry นี้
ดูท่าคนอ่านชักจะเมื่อยเสียแล้ว
ถ้าไม่เบื่อกันเสียก่อน
คราวหน้ามารอดูกันว่า "ดิฉัน" จะมาเพ้ออะไรให้คุณอ่าน
วันนี้ฝันดีกันถ้วนหน้าค่ะ
.....
...
......
และเพลงนี้
สำหรับการตกหลุมรักของฉัน
.......
.......
พี่ฟา..
ถ้าที่เล่นซีดีที่บ้านไม่เสีย เราก็คงจะได้นอนสบายดูหนังแล้วเหมือนกัน...เฮ้อ
#1 By FaCeEloN on 2007-04-16 18:05